![]() |
คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) พบได้ในปริมาณสูงซึ่งคลอโรฟิลล์นี้จะมีผลในการกำจัดสารพิษ และสารแปลกปลอม ต่างๆ ในเลือด ทำให้ลดการสะสมของยาหรือสารอันตรายต่างๆได้ และยังกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดง มากขึ้น ทำให้ร่างกายแข็งแรงกระปรี้กระเปร่า Isoflavone and Flavone เป็นสารสเตอรอล ซึ่งเป็นสารตั้งต้นใน การสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนในเพศหญิง จึงมีประโยชน์สำหรับสตรีที่มีความบกพร่องในเรื่องฮอร์โมน เช่น สตรี วัยหมดประจำเดือน สตรีวัยใกล้หมดประจำเดือนควรรับประทาน Alfalfa เป็นประจำ อัลฟัลฟาถูกจัดเป็นเอสโตรเจนธรรมชาติ สตรี ในวัยใกล้หมดประจำเดือนเอสโตรเจนจะลดต่ำลงส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพร่างกาย และเกิดภาวะ กระดูกเสื่อม ไฟโต-เอสโตรเจนในอัลฟัลฟาจะเข้าไปชดเชยเอสโตรเจนที่ต่ำลงนี้ รวมทั้งไวตามินดี แร่ธาตุ แคล เซียม และฟอสฟอรัสในอัลฟัลฟา ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ทำให้กระดูกฟันแข็งแรง จึงลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะกระดูก เสื่อม นอกจากนี้ไวตามินและแร่ธาตุในอัลฟัลฟาจะช่วยให้ร่างกายปรับสภาพได้อย่างเหมาะสม ลดอาการผิดปกติ ในช่วงนี้ เช่น ร้อนวูบวาบตามตัวหงุดหงิดง่ายลงด้วย นอกจากนี้อัลฟัลฟายังดีสำหรับมารดาที่กำลังให้นมบุตร ช่วยเพิ่มการหลั่งของน้ำนม อัลฟัลฟายังมีคุณสมบัติในการช่วยขับถ่ายปัสสาวะให้เป็นปกติ Beta-carotene เป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ ซึ่งมีบทบาทในการเป็น Antioxidants ที่ดี ลดการเสื่อมของเซลล์ และลดอัตราเสี่ยง ต่อการเกิดมะเร็งที่อวัยวะต่างๆได้
Saponin ช่วยลดการอุดตันของเกร็ดเลือดในเส้นเลือดฝอยเล็กๆ ด้วย จึงทำให้ลดอัตราการเกิดความจำเสื่อม และภาวะไขมันในเลือดสูงได้ จึงทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงโรคเส้นเลือดหัวใจตีบได้ลดลงด้วย
เอ็นไซม์ เบต้าอีน (Bataine Enzyme) ซึ่งเป็นเอ็นไซม์สำหรับย่อยและเอ็นไซม์อื่นๆอีก 7 ชนิดที่ส่งเสริมปฏิกิริยา เคมีที่สามารถทำให้การดูดซึมสารอาหารภายในร่างกายเป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม รวมทั้งการมีเบต้าแค โรทีนในปริมาณสูงของอัลฟัลฟาจะทำให้ผิวที่เคลือบกระเพาะอาหารมีความแข็งแรง ซึ่งพบว่าอัลฟัลฟาสามารถ ช่วยโรคกระเพาะอาหาร ปวดท้องเพราะมีแก๊สมาก รักษาแผลในกระเพาะ ลำไส้ได้เป็นอย่างดี การรักษาโรคของ หญ้าอัลฟัลฟานี้อาจจะเป็นลักษณะเดียวกันกับวิธีธรรมชาติ เช่น เดียวกับที่สุนัขและแมวจะกินหญ้า เพื่อรักษา โรคกระเพาะของมันได้ หมอจำนวนมากใช้อัลฟัลฟารักษาโรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหารต่าง ๆ เช่น มีแก๊สมากใน กระเพาะอาหารเกิดอาการแน่นจุกเสียดเป็นประจำ โรคแผลในกระเพาะอาหาร (Peptic ulcer) และโรคเบื่ออาหาร โดยพบว่าอัลฟัลฟามีไวตามิน ยู ซึ่งดร. กาเนทท์ประจำมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดกล่าวว่าไวตามิน ยูนี้มีศักยภาพ สูง ในการรักษาโรคกระเพาะ (Peptic ulcer) ทำให้การสมานแผลในกระเพาะดีขึ้น และการหลั่งของน้ำย่อยเป็น ปกติ ปวดข้อ ข้อแข็ง รูมาตอยด์ แก้ไขได้ด้วยอัลฟัลฟา สารอาหารในอัลฟัลฟาจะช่วยปรับสมดุลกรด - ด่างในร่าง กาย ป้องกันการสะสมของกรดยูริกและกรดอื่นๆตามข้อต่อต่างๆ ในหนังสือของแคทเทอรีนเอลวูลชื่อ “ Feel Like a Million ” ได้กล่าวว่าความมหัศจรรย์ของอัลฟัลฟาเห็นได้อย่างชัดเจนมากขึ้นเมื่อให้คนไข้รูมาตอยส์ใช้อัลฟัลฟา รักษาความปวดตามข้อก็ได้รับรายงานจากคนไข้ว่าเขาสามารถงอมือได้สะดวกยิ่งขึ้นและความเจ็บปวดก็หายไป อัลฟัลฟาทำความสะอาดผิวจากภายใน เนื่องจากมีคลอโรฟิลล์ปริมาณสูง ไวตามินและแร่ธาตุที่มีอยู่ในอัลฟัลฟา มีปริมาณที่เหมาะสม จึงสามารถทำหน้าที่ขจัดของเสีย สารพิษออกจากเลือด และอวัยวะภายใน (Blood and Bowel cleanser) ลดการตกค้างของเสียตามผิวหนัง ในอัลฟัลฟายังมีสารไฟโต-เอสโตรเจนช่วยปรับสมดุลย์ฮอร์ โมนในร่างกาย ซึ่งพบว่าในคนที่มีสิวง่าย เมื่อรับประทานอัลฟัลฟาปริมาณการเกิดสิวจะลดลง และผิวจะแลดู สะอาดขึ้น อีกหนึ่งคุณประโยชน์ที่อัลฟัลฟาให้กับมนุษย์ คือ ช่วยลดอาการปวด และอักเสบต่าง ๆ รวมทั้งช่วยลดอาการผิด ปกติของระบบทางเดินอาหาร และสร้างเซลล์ตับที่ถูกทำลายด้วยพิษจากสุรายาเมา และสามารถช่วยฟอกเลือด ให้สะอาดจากไขมันปนเปื้อนเข้าไปในเส้นเลือดอีกด้วย เพราะอัลฟัลฟ่ามีสารซาโปนินซึ่งเป็นสารที่ช่วยลดไขมัน ในเลือด ยิ่งไปกว่านั้นยังมีสารไอโซฟลาโวน, สารฟลาโว, สารสเตอโรล ซึ่งสารทั้ง 3 ชนิดนี้ จะช่วยกระตุ้นเซลล์ ที่สร้างฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งจะช่วยชะลอความแก่ได้อย่างน้อย 10 ปี |
E-mail : bodysmile@windowslive.com |