สมัคร ยกเลิก
E-mail :



กรุณาใส่เลขที่ EMS ของท่าน

รายละเอียดเพิ่มเติม
 

สรรพคุณสมุนไพร และ สารสกัดจากธรรมชาติ

NEXT >>

แปะก๊วย
Ginkgo Biloba

       
มีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน แปะก๊วยเป็นพืชที่เก่าแก่มีอายุยาวนานในตำรายาของจีน ใช้รักษาความดันโลหิตสูง หอบหืด ท้องอืดท้องเฟ้อในการวิจัยพบว่าใบของแปะก๊วยมีความสำคัญ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการการเกาะตัวของเกร็ดเลือด และปรับความยืดหยุ่นของผนังเกร็ดเลือด จึงช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดทั่วร่างกายให้ดีขึ้น ปกป้องเส้นประสาทช่วยให้ความจำดีขึ้น


ปัญจขันธ์ (เจียวกู้หลาน)

Jiaogulan
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gynostemma pentaphyllum Markino


สุดยอดสมุนไพรแห่งปี 2548 คัดเลือกโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ
     • ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
     • ลดน้ำตาลในเลือด ในผู้ป่วยเบาหวาน
     • ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งบางชนิด ต้านอนุมูลอิสระ
     • เสริมระบบภูมิคุ้มกัน
จากการวิจัยคุณสมบัติของเจียวกู้หลาน หรือ ปัญจขันธ์ โดย Gulyang Medical College แห่งประเทศจีน
โดย Dr.Jia luilui หัวหน้าคณะวิจัยได้สรุปผลการรับประทานปัญจขันธ์ไว้ 5 ประการ

     • สามารถกำจัดอนุมูลอิสระซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการทำให้เกิดการเสื่อมของเซลล์ ทำให้ร่างกาย
       สามารถสร้างสารต้านทานอนุมูลอิสระ (superoxide dismutase, SOD) ได้มากถึง
       3 เท่าของที่เคยเป็น
     • เพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย การบริโภคปัญจขันธ์ สามารถลดการขยายตัวของเซลล์มะเร็งได้ถึง 30 %
     • ลดความดันและลดไขมัน หรือ ลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้ และยังลดความเสี่ยงต่อการเกิด
        หลอดเลือดแดงอุดตันได้ถึง 25%
     • สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการเผาผลาญไขมัน ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
        ซึ่งนำไปสู่การลดน้ำหนัก และลดอุบัติการณ์ของโรคที่เกิดเนื่องจากไขมันและคอเลสเตอรอล
     • ช่วยลดความเครียด สามารถนอนหลับดีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์


สาหร่ายเคลป์
                                    
(Kelp)

     
สาหร่ายเคลป์ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ เนื่องจากมีไอโอดีนสูง และมีส่วนช่วยในการเผาผลาญไขมัน โปรตีนและคาร์โบไฮเดรตในร่างกาย พลังงานที่เกิดขึ้นจากการเผาผลาญ จะมีส่วนช่วยให้รู้สึกสดชื่น และกระตือรือร้นมากขึ้น


สารสกัดจาก ถั่วขาว

(White Kidney Bean Extract)
Phaseolus vulgaris

    
ถั่วขาวเป็นสมุนไพรพื้นเมืองในแถบยุโรป ที่ถูกนำมาใช้นานกว่าพันปี โดยไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Alpha-Amylase ซึ่งมีหน้าที่ย่อยแป้งและน้ำตาล ทำให้ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายน้อยลง ส่งผลให้ลดไขมันส่วนเกินได้อย่างมีประสิทธิภาพ


สารสกัดจาก ผลส้มแขก

(Garcinia Cambogia)
     
มี HCA ช่วยลดไขมันในร่างกาย โดยไปขัดขวางการทำงานของเอ็นไซม์ ที่เปลี่ยนแป้งและน้ำตาลเป็นไขมันได้ถึงร้อยละ 40 – 70 ไขมันจึงถูกสร้างน้อยลง และร่างกายมีพลังงานมากขึ้น


สารสกัดจาก ชาเขียว

(Green Tea Extract)

     
จากการศึกษาของ University of Geneva  ของ Switzerland พบว่าสารแคทีชิน (Catechin) ที่มีอยู่ในชาเขียวมีคุณสมบัติพิเศษในการช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญไขมันให้มากขึ้น ลดคอเลสเตอรอลช่วยต้านอนุมูลอิสระ และทำให้ผิวพรรณสวยงาม


โชวู
(He  Shou  Wu,) หรือ (Radix  Polygoni  Multiflori) หรือ (Fo-Ti)
        
โชวู ยาอายุวัฒนะของจีน นิยมใช้กันมานานนับศตวรรษ โดยทำให้ผู้ใช้มีสุขภาพแข็งแรง มีภูมิต้านทานต่อโรคต่างๆ มีความกระฉับกระเฉง กระปรี้กระเปร่า ไม่แก่ก่อนวัยและช่วยให้อายุยืน ช่วยคงความอ่อนวัยสดใส ทำให้เส้นผมดกดำ และมีความเป็นหนุ่มสาวที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามอายุขัย

จากการวิจัยพบว่าในปัจจุบันพบว่าใน “ ราก ” ของโชวู มีสารจำพวกเลซิติน ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในคนที่มีภาวะโคเลสเตอรอลสูง และช่วยลดการดูดซึมของโคเลสเตอรอล ในลำไส้ได้อีกด้วย

นอกจากนี้โชวูยังมีประสิทธิภาพในการรักษาอาการนอนไม่หลับ แก้ไขอาการท้องผูก โดยช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในลำไส้ มีฤทธิ์ช่วยในการระบายอย่างอ่อน ช่วยให้ความจำดี บรรเทาอาการของโรคซึมเศร้า และช่วยลดความดันโลหิต จึงสามารถลดความเสี่ยงต่อโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจด้วย


Radix  Notoginseng
         สมุนไพรช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด
      
Effects : Resolving blood stasis , stopping bleeding , promoting blood circulation and alleviating.


ปักคี้
Radix  Astragali
         
สุดยอดยาบำรุงแห่งราชวงค์หมิง บำรุงหัวใจ ขับปัสสาวะบำรุงเลือดลม   เสริมภูมิต้านทานโรค แก้อาการหน้าซีด  หอบ  อ่อนล้า ไม่มีเรี่ยวแรง 


Spica  prunellae
      สมุนไพรช่วยขับล้างสารพิษ

       
Effects : Clearing  up  liver - heart


ลูกซัค 
Fenugreek 
                       มีถิ่นกำเนิดทางด้านตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ในสมัยอียิปต์โบราณใช้เป็นยารักษาโรค  เมล็ดมีคุณสมบัติในการช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ และบำรุงร่างกาย


Galanga
              

สมุนไพรช่วยลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยระบบการย่อยอาหารและใช้เป็นยาขับลมได้ดี


พริกไทยดำ 
Black  pepper 
             
ช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันส่วนเกินของร่างกาย

                                                                                
อาร์ติโชค Artichoke
(Cynara scolymus)


อาร์ติโชค (Cynara scolymus) นิยมปลูกในหลายประเทศมีชื่อสามัญเรียกหลายภาษา เช่น ภาษาอังกฤษ เรียก “Globe artichoke” และ ภาษาบราซิลเรียก “alcachofra” เป็นต้น เป็นพันธุ์ไม้ในตระกูล (Family) Asteraceae , สกุล (Genus) Cynara, ชนิด (Species) scolymus

เป็นพืชที่มีคุณค่าทางยาสามารถบริโภคสด หรือ ปรุงเป็นอาหาร หรือนำมาสกัดสารไซนาริน (Synarin) รับประทานเพื่อบำรุงรักษาสุขภาพได้ดี นิยมบริโภคมานานกว่าศตวรรษแล้ว ทุกส่วนของต้นอาร์ติโชคสามารถนำมาทำประโยชน์ได้ทั้งหมด มีรายงานการพบสารไซนาริน ซึ่งเป็นสารสำคัญในอาร์ติโชค โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวยุโรปเมื่อปี คศ. 1970 ในยุคโบราณอาร์ติโชคเป็นอาหาร และ ยารักษาโรคของชาวอียิปต์ ชาวกรีก และชาวโรมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาร์ติโชคเป็นเมนูอาหารที่สำคัญในทุกงานเลี้ยงของกรุงโรม  ปัจจุบันปลูกเพื่อเป็นการค้าในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งนอกจากจะเป็นอาหารเสริมแล้วยังมีสรรพคุณทางยา ดังนี้

1. ช่วยบำรุง กระตุ้นการทำงานของตับ ซึ่งตับเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย  ทำหน้าที่ในการสกัดสารพิษ หรือสิ่งแปลกปลอมออกจากกระแสโลหิต สร้างน้ำดีและน้ำย่อย และเปลี่ยนแปลง หรือ สร้างสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกายจากอาหารที่รับประทานเข้าไป

2. กระตุ้น การสร้างน้ำดีของตับ ทำให้มีประสิทธิภาพในการลดไขมันหรือครอเลสเตอลอล       ในเลือดได้ดี ช่วยให้ระบบหลอดเลือดและหัวใจทำงานได้ดี ป้องกันสภาวะหลอดเลือดอุดตัน

3. เสริมสร้างการทำงานของถุงน้ำดี ช่วยสร้างน้ำดีป้องกันถุงน้ำดีอักเสบ ซึ่งมักเกิดจาก
การรับประทานอาหารที่มีไขมันมาก ช่วยให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ลดอาการท้องอืด ท้องเฟื้อ เรอ เหม็นเปี้ยว เนื่องจากมีแก๊สในกระเพาะอาหารมาก

4. ช่วยป้องกันตับอักเสบ อันเป็นสาเหตุของโรคดีซ่าน (Jaundice) และโรคตับแข็ง (Cirrhosis)

นอกจากนี้ในประเทศบราซิล อาร์ติโชคจัดว่าเป็นยาสมุนไพรพื้นฐานหรือยาพื้นบ้าน ที่ใช้ในการรักษาอาการเจ็บป่วยของตับโดยเฉพาะ และโรคอื่นหลายโรคได้อย่างกว้างขวาง เช่น โรคโลหิตจาง เบาหวาน ไข้ รักษาบาดแผล และเก๊า เป็นต้น

                                 
คลอลาเจน (Collagen)
สกัด จากปลาทะเลน้ำลึก



คอลลาเจน คืออะไร?
เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีโครงสร้างใหญ่ สามารถพบได้ทุกส่วนของร่างกาย ทำหน้าที่เสมือน    กาวยึดโครงสร้างต่างๆเข้าด้วยกัน และ ยังเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการสร้างเส้นเลือด และ เนื้อเยื่อ
คอลลาเจน มีส่วนช่วยในการป้องกันอวัยวะในร่างกาย และเชื่อมอวัยวะต่างๆ ให้อยู่ด้วยกัน ช่วยให้โครงสร้างของร่างกายแข็งแรง และยืดหยุ่นดี ช่วยให้ข้อต่อต่างๆ ขยับเคลื่อนไหวไปมาไม่ติดขัด โดยเฉพาะข้อต่อในการรับน้ำหนักและขยับเคลื่อนไหวในอิริยาบถต่างๆ เช่นเดินหรือวิ่ง เป็นต้น นอกจากนี้คอลลาเจนยังเป็นตัวช่วยให้ผิวพรรณเกิดความชุ่มชื้น เสริมความเรียบตึงให้กับผิวหนัง ทำให้ผิวดูเรียบเนียนกระชับ โดยทำงานคู่กับโปรตีนอีกชนิดหนึ่งที่ชื่อ “ อิลาสติน ”  ( Elastin ) ในขณะที่คอลลาเจนมีหน้าที่เสมือนโครงร่างผิว อีลาสตินก็ทำหน้าที่ให้ความยืดหยุ่นแก่ผิวควบคู่กันไปด้วย ร่างกายของคนเรานั้นจะมีคอลลาเจนหนาแน่นในวัยเด็กและจะค่อยๆเสื่อมสภาพลงตากาลเวลา จึงเห็นได้ว่าเมื่ออายุมากขึ้น เส้นใยคอลลาเจนเหล่านี้จะเสื่อมสลาย ทำให้ชั้นผิวหนังยุบตัวลงอันเป็นสาเหตุของความเหี่ยวย่น และริ้วรอย รวมถึงการเกิดปัญหาข้อเสื่อม กระดูกเสื่อม  อันเนื่องมาจาก คอลลาเจนในกระดูกลดลงทำให้กระดูกไม่สามารถรับน้ำหนักได้ ขาดความยืดหยุ่น เปราะหักง่าย เป็นต้น โดยพบว่าคนที่มีอายุ 25 ขึ้นไป จะมีปริมาณคอลลาเจนลดลงทุกปี ปีละ 1.5% อย่างไรก็ตาม เราสามารถเสริมสร้างคอลลาเจนให้ร่างกายได้ด้วยการฉีดคอลลาเจน เข้าใต้ชั้นผิวหนังแท้ และอีกวิธีที่ง่าย และสะดวก คือ  การรับประทานคอลลาเจน เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของชั้นผิวหนังและเพื่อเสริมให้กระดูกแข็งแรงควรรับประทานคอลลาเจน และแคลเซียมเสริมจะช่วยป้องกันภาวะกระดูกพรุน ได้
คอลลาเจนสกัดมาจากไหน?
คอลลาเจน ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารส่วนใหญ่จะสกัดจากเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของสัตว์ (วัว หรือ หมู) เช่น ไขข้อกระดูกข้อต่อ, กระดูกอ่อน , เอ็น , หนัง , กระดูก  และปลาทะเลน้ำลึก เป็นต้น

คอลลาเจนที่สกัดจากปลาทะเลน้ำลึก มีโครงสร้างโมเลกุลคล้ายกับโครงสร้างของคอลลาเจนของผิวคน โดยวิธีการ (Enzymatic Hydrolysis) มาทำเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แล้วพบว่าภายหลังการรับประทานไประยะหนึ่งจะสามารถช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน และช่วยให้ริ้วรอยต่าง ๆ จางหาย การนำสารสกัดโปรตีนคอลลาเจนเข้าสู่ร่างกายเพื่อผลในการบำรุงผิว และลดริ้วรอยนั้น ปกติทำได้ 2 วิธีคือ โดยการรับประทานในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือ โดยการฉีดเข้าใต้ผิวหนังชั้นหนังแท้ วิธีการรับประทานจึงเป็นวิธีการที่สะดวกกว่า ผลที่ได้รับจากการบริโภคคอลลาเจนอย่างต่อเนื่องจะช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ลดริ้วรอยเหี่ยวย่นของผิวหนังอย่างได้ผล และทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นนุ่มเนียนขึ้น

คอลลาเจนโปรตีน เป็นโปรตีนที่มีโครงสร้างโมเลกุลใหญ่มากดังนั้นคอลลาเจนไม่สามารถซึมผ่านผิวหนังได้ด้วยการทา ส่วนครีมต่าง ๆที่มีขายตามท้องตลาด ที่มีส่วนผสมของคอลลาเจนก็จะเป็นการผลักคอลลาเจนให้อยู่ได้แค่ชั้นหนังกำพร้าแต่เนื่องจากคอลลาเจนมีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้    ประ มาณ 30 เท่าของน้ำหนักตัวมันทำให้ผิวหนังกำพร้าชุ่มชื้นขึ้น แต่ไม่สามรถแก้ไขปัญหาริ้วรอยได้อย่างแท้จริงเพราะการเสริมสร้างคอลลาเจน จะต้องเข้าสู่ด้วยการฉีดเข้าใต้ผิวหนัง และการรับประทานเท่านั้น การใช้คอลลาเจนระยะเวลาเห็นผล 30 - 60 วัน ริ้วรอยตื้นขึ้น ผิวที่หย่อนยานกระชับขึ้น  ผิวชุ่มชื้นมากขึ้น
สรุปคอลลาเจนจะมีส่วนช่วยในเรื่อง
 ช่วยให้ผิวพรรณเกิดความชุ่มชื้น
 ช่วยเสริมความเรียบตึงให้กับผิวหนัง
 ช่วยทำให้ผิวดูเรียบเนียนกระชับ
 ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของชั้นผิวหนังและเสริมให้กระดูกแข็งแรง

 

สารสกัดจากน้ำนมข้าว
(Brown Rice powder)  
 
   
ข้าว เป็นพืชประเภทหญ้าที่มีความสำคัญต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของมนุษย์ ซึ่งนักประวัติศาสตร์ทราบดีว่าข้าวมีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับชีวิตของคนไทยมาช้านาน โดยมีตำนานเล่าขานและมีประเพณีสืบทอดเกี่ยวกับข้าวมากมายนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งประชากรของไทยเรานั้น ได้บริโภคข้าวเป็นอาหารหลักที่ให้พลังงานแก่ชีวิตในแต่ละวันด้วย ปัจจุบันนี้มีวิวัฒนาการที่ก้าวไกลมาก นอกจากข้าวจะเป็นอาหารหลักของเราแล้ว ยังสามารถนำมาสกัดเป็นเครื่องสำอางประทินความงามให้กับผิวพรรณได้อีกด้วย

รวงข้าว ที่ไม่อ่อนเกินไปหรือแก่เกินไปจะอุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายสูง ซึ่งสามารถช่วยเสริมกลไกการทำงานของกรดอะมิโนในร่างกาย จากการศึกษาพบว่าในรวงข้าวมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายสูง โดยสารตัวนี้จะมีคุณสมบัติในการซ่อมแซมเซลล์ส่วนที่สึกหรอที่เป็นดีเอ็นเอในร่างกายของมนุษย์เรา เช่น ผิวหนัง เส้นผม รวมทั้งช่วยในการบำรุงผิวที่สำคัญยังค้นพบว่าในรวงข้าวนั้นมีสารแกมมา-ออไรซานอล(Gamma-Oryzanol)และออไรซา-เซราไมด์ (Orysa- Ceramide)ที่มีประโยชน์ต่อผิวมาก เพราะมีฤทธิ์ในการลดอนุมูลอิสระไม่ให้มีปฏิกิริยาต่อผิว ทำให้ผิวหนังชุ่มชื้นและต้านการอักเสบของผิวหนัง  สารชนิดนี้จึงมีความ ปลอดภัยสูงมากโดยจากการวิจัยพบว่าสารแกมมา-ออไรซานอลนี้เป็นสารที่ต้านอนุมูลอิสระได้ดีที่สุดเมื่อเทียบกับวิตามินซีและอี ส่วนออไรซา-เซราไมด์ช่วยทำให้ผิวหนังชุ่มชื้นเรียบเนียน ไม่เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น ป้องกันรังสียูวีจากแสงแดด และมีคุณสมบัติเป็นไวเทนเนอร์ โดยสามารถยับยั้งกระบวนการการสังเคราะห์เมลานิน

น้ำนมข้าว หมายถึง ข้าวอ่อนที่ได้จากข้าวระยะตั้งท้อง ชาวนาจะเก็บเกี่ยวข้าวในระยะนี้มาส่วนหนึ่งนำมาคั้นเอาน้ำ ซึ่งจะได้น้ำที่มีสีเขียวอ่อนมีกลิ่นหอม หวานมันโดยธรรมชาติโดยมีรสมันเป็นรสโดดเด่น บางคนก็นำมาปรุงแต่งรสซึ่งคนไทยเรียกว่า “ข้าวยาคู” น้ำนมข้าว มีคุณประโยชน์มากมายสามารถใช้ดื่มแทนน้ำนมได้เป็นอย่างดีประกอบด้วยวิตามินนานาชนิดและอุดมไปด้วยไฟเบอร์ ทำให้ผู้ที่ดื่มเป็นประจำนอกจากได้คุณค่าทางโภชนาการแล้วยังขับถ่ายได้สะดวกเหมาะสำหรับผู้สูงอายุและบุคคลทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวาน

คุณประโยชน์ของน้ำนมข้าว คุณค่าทางโภชนาการ และประโยชน์ที่ได้รับมี        
 แคลเซียม              :  บำรุงกระดูก
 ไฟเบอร์                : ช่วยดูดซับไขมัน , ช่วยระบบขับถ่าย
 วิตามิน B1 , B2        :  บำรุงสายตา , แก้เหน็บชา
 คาร์โบไฮเดรต           :  เสริมสร้างพลังงาน
 เกลือแร่                :  เพิ่มความสดชื่น
 กลูโคส                :  ให้พลังงาน
 แมกนีเซียม             :  บำรุงเลือด
 วิตามิน E              :  ชะลอความแก่ ช่วยเรื่องบำรุงผิวพรรณ
 โปรตีน                :  ควบคุมการทำงานของร่างกาย
 ซิ้งค์                  :  ป้องกันโรคภูมิแพ้ และสารอนุมูลอิสระ
 ธาตุเหล็ก              :  บำรุงเลือด
 วิตามิน K              :  ทำให้เลือดแข็งตัวได้เร็วขึ้น
 เอนไซม์               :  ช่วยทำให้ระบบของร่างกายทำงานได้อย่าง มีประสิทธิภาพ
 สารเอ็นโทไซยานิน       : ป้องกันการก่อเกิดมะเร็งลำใส้
 ไขมัน 0 % 


แอล - คาร์นีทีน L - Carnitine     
                               
 
L - Carnitine คืออะไร?
แอล-คาร์นิทีนเป็นชื่อของสารตัวหนึ่ง ที่ถูกสร้างขึ้นในร่างกายของเรานี่เองโดยสร้างขึ้นมาจากกรดอะมิโน 2 ตัว คือ ไลซีน (lysine) และเมไทโอนิน (methioni)ซึ่งแอล-คาร์นิทีนในร่างกายของคนเราถูกสร้างขึ้นไปใช้ในหน้าที่ต่างๆหลายอย่าง ซึ่งสามารถพูดในภาพรวมได้ว่า แอล-คาร์นิทีน ช่วยให้ร่างกายเปลี่ยนกรดไขมันไปเป็นพลังงานนั่นเอง ซึ่งพลังงานที่ได้มานี้ส่วนใหญ่ถูกใช้สำหรับการทำงานของกล้ามเนื้อทั่วร่างกายเรานั่นเอง แอล - คาร์นิทีน ถูกสร้างขึ้นภายในตับและไต และนำไปเก็บไว้ที่กล้ามเนื้อลาย ตัวอย่าง เช่น กล้ามเนื้อตามแขน ขา ของเรานั่นเอง นอกจากนี้ยังถูกลำเลียงไปที่กล้ามเนื้อหัวใจ สมอง และสเปิร์ม ซึ่งในส่วนของสเปิร์มนั้น จะทำให้เคลื่อนที่ได้อย่างเหมาะสม
เพราะแอล - คาร์นิทีนจะไปเร่งให้ไมโทคอนเดรียเปลี่ยนไขมันมาเป็นพลังงาน สำหรับในอาหารจะพบสารแอล - คาร์นิทีนได้จากอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ เนื้อแดง นม ผลิตภัณฑ์จากนม ผลไม้ ได้แก่ พวกผลอะโวกาโด(Avocado) ธัญพืชผักใบเขียว ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากถั่วหมัก (tempeh) เป็นต้น
ประโยชน์ของ แอล-คาร์นิทีน
1. คาร์นิทีนทำให้แก่ช้าลงก็เพราะเหตุผลที่ว่าเซลล์ในร่างกายทุก ๆเซลล์ ไม่ว่าจะเป็นเซลล์สมอง เซลล์จากระบบภูมิคุ้มกัน เซลล์จากหัวใจ หรือ เซลล์จากที่อื่นๆของร่างกายทั้งหมดจะทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อได้รับพลังงานเพียงพอ และเหมาะสมกับความต้องการของเซลล์แต่ละชนิด และ คาร์นิ-ทีนนี่เองทำให้เซลล์มีอายุยืนนานขึ้น
2. คาร์นิทีนทำให้ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ (triglycerides)อยู่ในระดับต่ำ และช่วยเพิ่มระดับคอเรสเตอรอลที่มีประโยชน์
(HDL-คอเรสเตอรอล)ในเลือด  
3.คาร์นีทีนช่วยป้องกันโรคหัวใจโดยมีผลทำให้สุขภาพโดยรวมของหัวใจดีขึ้นและช่วยป้องกันการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวด้วย
4.คาร์นีทีนช่วยในการลดน้ำหนัก เร่งการเผาผลาญไขมัน ดักจับไขมันสัตว์ คาร์โบไฮเดรต และแป้ง หากร่างกายขาดสาร Carnitine หรือมีไม่เพียงพอที่จะเป็นตัวพาเม็ดไขมันไปเผาผลาญ ก็จะทำให้เกิดไขมันสะสม ส่งผลเสียต่อร่างกายของคุณอย่างมากมาย เช่น ความอ้วน และการสะสมของไขมันตามหลอดเลือด ซึ่งอาจจะส่งผลต่อความยืดหยุ่นของหลอดเลือด และ นำมาซึ่งปัญหาไขมันในเลือดสูง และมีความดันโลหิตสูงตามมาได้ นอกจากนี้ ยังอาจจะมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อแขนขาอ่อนเพลียซึมและเหนื่อยง่าย
5. คาร์นีทีน ช่วยเพิ่มระดับพลังงานของร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่ทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บ หรือเกิดความเสียหายใด ๆ กับร่างกาย
6. คาร์นิทีนช่วยให้ความสามารถในการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น มีความทนทานมากขึ้นและป้องกันเนื้อเยื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย
7. คาร์นิทีน และ อะซีทีล - แอล - คาร์นีทีน (Acetyl - L - carnitine) ทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น
8. อะซีทีล - แอล - คาร์นีทีน ช่วยลดความเสียหายของเซลล์ประสาทอันเนื่องมาจากความเครียดและอาจมีส่วนช่วยใน การป้องกันโรคอัลไซเมอร์ แต่ได้ผลเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอายุน้อย ทำให้อาการของโรคไม่เป็นไปมากกว่านี้
9.อะซีทีล - แอล - คาร์นีทีน มีผลต่อสุขภาพจิตในทางบวกและลดภาวะความเครียด
10.คาร์นิทีนช่วยในการทำงานของตับซึ่งส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมของคนเรา
NEXT >>

Body Smile Health & Beauty Center
Tel. 082-1918199 , 089-1214515 
e-mail : bodysmile@windowslive.com